BIKER ควรรู้ » มาเจาะลึกลูกสูบในแต่ละประเภทกัน

มาเจาะลึกลูกสูบในแต่ละประเภทกัน

6 มกราคม 2018
1110   0

กลับมาอีกกับรายการ SharkracingTV  วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกกับลูกสูบในแต่ประเภทกัน อย่ารอช้ากันเลย ไปพบปะความรู้ที่เราได้เตรียมไว้ให้กันเลย

 

 

1. เครื่องยนต์ 1 สูบ  เป็นลูกสูบที่มีความนิยมอันดับต้นๆ โดยจะความจุของกระบอกสูบได้ถึง 50 – 1000 ซีซี  ข้อดีของเครื่องยนต์ที่ใช้เพียง 1 ลูกสูบนี้ ก็คือ น้ำหนักเบา เมื่อลูกสูบมีน้ำหนักเบาเวลาที่นำเอาไปติดตั้งในเครื่องยนต์จึงไม่จำเป็นจะต้องโครงเหล็กที่ใหญ่มากหนักจึงทำให้รถบิ๊กไบค์คันนั้นๆมีน้ำหนักเบาไปด้วยเหมาะกับคนที่ตัวเล็กอย่างมาก มีขนาดเล็กกะทัดรัด  ต้นทุนการผลิตไม่สูงจนเกินไป อัตราการเร่งก็ค่อยข้างดีในช่วงบิดต่ำๆ ในส่วนของข้อเสียนั้นจะอยู่ในส่วนของการเร่งในตอนปลายจะค่อยข้างแผ่วปลาย เร่งได้น้อย ข้อเสียอีกข้อหนึ่งที่สำคัญเลยก็คือ เวลาที่เราเร่งไปมากๆจะเกิดการเผาไหม้ทำให้เครื่องร้อนจนเกิดอาการหนักได้


2. เครื่องยนต์ 2 สูบ เป็นเครื่องยนต์ที่พัฒนาต่อจากเครื่องยนต์ขนาด 1 สูบ เราจะได้ในรถบิ๊กไบค์ที่มีขนาด 250 – 1400 CC โดยจะมีข้อดีคล้ายๆกับเครื่องยนต์ที่มีลูกสูบ 1 ลูก คือ น้ำหนักเบาแต่จะหนักกว่าเพียงเล็กน้อย ขนาดเล็ก อัตราการเร่งดีในการเร่งต่ำๆ แต่อัตราการเร่งในระยะปลายๆนั้นจะมีอาการร้อนและทำให้เครื่องยนต์สั่นๆได้ ข้อดีกว่าแบบ 1 สูบก็คือ เครื่องยนต์จะมีลูกสูบ 2 ลูก ทำงานช่วยกันอยู่  การสึกหรอมีน้อยกว่า ข้อเสียจะมีอยู่ที่ขนาดเมื่อใช้ลูกสูบ 2 ลูกก็จะทำให้ใช้พื้นที่มาก และจะต้องใช้โครงเหล็กที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงอัตราการเร่งจะไม่เสถียรเท่ากับเครื่องยนต์ที่มีลูกสูบ 1 ลูก เพราะ ลูกสูบนั้นจะต้องทำงานรวมกันให้สอดคล้องและสนับสนุนกัน

3. เครื่องยนต์ 4 สูบ  จะเป็นเครื่องยนต์ที่มีการแก้ไขปัญหาของการอัตราเร่งตอนปลายที่มีอาการแผ่วปลาย รวมไปถึงอาการสั่นๆ จะสามารถพบเห็นได้ในรถบิ๊กไบค์ที่มีขนาดซีซีตั้งแต่ 400 – 1,600 ซีซี แต่ก็ยังพบขนาดซีซีที่น้อยกว่านี้แต่ก็ยังใช้ลูกสูบ 4 ลูก แต่นั้นหน้าตัดจะเล็ก และมีความบางด้วย ข้อดีคือ อัตรา

 

 

การเร่งตอนแรกๆและตอนปลายจะไหลลื่นได้ดีกว่า สามารถเร่งความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ทำให้เครื่องยนต์ร้อน  ข้อเสียก็คือ น้ำหนักของเครื่องยนต์ค่อนข้างหนัก จึงทำให้เวลาออกตัวนั้นจะทำให้ออกตัวได้ช้าลงกว่ารถที่มีน้ำหนักเบา อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันนั้นจะสูงกว่าเครื่องยนต์ 1-2 สูบ

4. เครื่องยนต์ 3 สูบ จะเป็นการพัฒนาระหว่างเครื่องยนต์ 2 และ 4 สูบ โดยกำจัดข้อเสียออกไป และได้เพิ่มข้อดีขึ้นไปอีก อาทิเช่น การลดขนาดและน้ำหนักของเครื่องยนต์ให้น้อยลง จึงทำให้รถมีน้ำหนักเบามากยิ่งขึ้น อัตราเร่งทั้งตอนต้นและตอนปลายก็เร่งได้ดีขึ้น การใช้เชื้อเพลิงก็น้อยกว่าเดิม ข้อเสียจะอยู่ที่การดูแลรักษาจะยากกว่าเดิม ราคาต้นทุนในการผลิตที่สูง การตอบสนองต่อการเร่งอาจจะช้ากว่า ความร้อนจะมีการสะสมในเครื่องยนต์มากกว่า

  1. เครื่องยนต์ 6 สูบ ส่วนใหญ่จะพบในเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1200 ซีซี ขึ้นไป ข้อดีก็คือ อัตราเร่งในช่วงกลางๆและตอนปลายนั้นจะเสถียรที่สุด ไม่มีค่อยมี

 

 

ปัญหาการสะดุดเท่าไหร่นัก การตอบสนองต่ออัตราเร่งจะดีและเร็วกว่าเครื่องยนต์แบบอื่นๆ ข้อเสียก็คือ อัตราเร่งในตอนแรกจะมีแรงบิดต่ำ จึงทำให้การออกตัวจะต้องปั๊มรอบให้ได้ที่เสียก่อนถึงจะออกตัวฉลุย ใช้พื้นที่ในการวางเครื่องยนต์ค่อยข้างมากนี้คือ ประเภทเครื่องยนต์แต่ละสูบของรถบิ๊กไบค์ มีตั้งแต่ 1 2 4 3 6 สูบ ชาว SharkracingTV น่าจะได้รับความรู้กันพอสมควรแล้ว หากใครสนใจเครื่องยนต์แบบไหนก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ว

 

 

ขอบคุณที่มาของรูป : johsautolife headlightmag boxzaracing autospinn